เทคนิคการเพิ่มผม hair replacement system

ปัจจุบันยาที่ให้ผลดีที่สุดคือฟิเนสเตอร์ไรด์ เพราะไม่ทำให้ขนตามตัวดกดำเหมือนไมน็อกซิดิล และเส้นผมยังงอกได้ดีกว่าด้วย ผู้หญิงผมบางก็โชคร้ายอีกล่ะครับเพราะต้องคุมกำเนิด หากรับประทานยาชนิดนี้ในระหว่างตั้งครรภ์เด็กที่คลอดออกมาอาจมีความผิดผิดปกติทางเพศได้ อย่างภายนอกอวัยวะเป็นเด็กชายแต่ภายในมีรังไข่

เทคนิคการเพิ่มผม

Q : เห็นโฆษณาของสถาบันดูแลเส้นผมหลายแห่งว่ามีวิธีปกปิดศีรษะล้านได้ ทำกันอย่างไรครับ

การดูแลเส้นผมด้วยวิธีปกปิดนี้ทางการแพทย์เรียกว่า เทคนิคการเพิ่มผม hair replacement system เป็นเทคนิคโดยนำเส้นผมจากภายนอกหรือเส้นผมปลอมมายึดติดบนศีรษะ อาจทำบางส่วนหรือทั้งศีรษะก็ได้ ก่อนทำจะมีการวัดศรีษะเลือกแบบและสีผมรวมถึงวัสดุที่ใช้ เพื่อเป็นธรรมชาติมากที่สุด และบางครั้งอาจต้องทดสอบการแพ้น้ำยาที่จะนำมาใช้ติดบนศีรษะด้วย ใช้กันบ่อยมี 4 เทคนิคครับ
1. การทำ pin point เป็นการนำผมเทียมมาผูกติดกับผมจริงบริเวณโคนผมใกล้กับหนังศีรษะมากที่สุด จุดที่ผมบางไม่อาจถูกผมเทียม 1 เส้นต่อผมจริง 1 เส้นหรือหากต้องการให้ดูหนามากอาจใช้ผมเทียม 2-5 เส้นติดกับผมจริง 2-5 เส้นก็ได้ วิธีนี้ทำได้ทุกส่วนของศีรษะ ยกเว้นบริเวณด้านหน้าเพราะอาจสังเกตเห็นการผูกหลังทำ 4-6 สัปดาห์เมื่อผมยาวขึ้นตำแหน่งที่ผมจะขยับขึ้นมาต้องรื้อผูกยึดใหม่

2. การทำแฮร์พีชแบบตาข่าย เป็นการแก้ไขปัญหาศีรษะล้านเฉพาะที่โดยผสมผสานระหว่างผมจริงกับผมเทียม ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบที่เรียกว่า cyber hair โดยถักบนตาข่าย เมื่อนำตาข่ายมาคลุมบนหนังศีรษะโดยยึดติดด้วยคลิปหรือกาวสองหน้า ผมจริงก็จะขึ้นมาอยู่ในช่องว่างของตาข่ายทำให้ดูกลมกลืนกันไป

3. การทำแฮร์พีชแบบเต็มทึบ ใช้กับผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้านมากแทบทั้งศีรษะ คล้ายการสวมวิก โดยทำเป็นหนังศรีษะเทียมที่มีผมเทียมอยู่เสร็จสรรพโดยให้ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด แล้วนำมาติดบนศีรษะจริงด้วยน้ำยาเม็ดดิคอลเกรดเอสเคซี ซึ่งจะทนแรงจากการเคลื่อนไหวอย่างไรเสีย 3-4 สัปดาห์ก็จะรู้สึกหลวมหลวมหลุดได้ จากเหงื่อ คราบไคล ไขมัน ต้องมาแต่งเติมและติดกันใหม่

4. การทําแฮร์ซับพอร์ต ไม่ได้เป็นการปกปิดที่ชัดเจนเหมือน 3 วิธีแรกแต่เป็นกลยุทธ์ที่ใช้กับลูกค้าเพื่อให้เกิดความสบายใจ โดยให้เหตุผลว่าระงับการหลุดร่วงของผมและกระตุ้นให้ผมขึ้นใหม่ด้วยเลเซอร์ เริ่มจากการนำผมที่หลุดร่วงมาสแกนให้เห็น ทาน้ำยา อบไอน้ำ สระผม บำรุงด้วยครีมอะไรต่อมิอะไรสารพัด จากนั้นก็ฉายเลเซอร์บริเวณหนังศีรษะและนวดบริเวณหนังศีรษะอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าช่วยได้จริง จะเห็นว่าวิธีเหล่านี้เป็นเพียงการปกปิดหรือทำให้เกิดความสบายใจเท่านั้น ไม่ได้แก้สาเหตุโดยตรง สามารถทำร่วมกันได้แต่ไม่ควรละเลยการใช้ยาหรือรักษาโดยแพทย์ครับ

แบ่งปันให้เพื่อนๆ ของคุณ